รีวิวหนัง Plus One – ดับเบิ้ลสยอง คนโคลนคน

เรื่องย่อหนัง

ภายหลังจากทะเลาะเบาะแว้งกับจิล(แอชลีย์ ฮินชอว์) แฟนสาว เดวิด(ไรส์ เวคฟิล์ด) ตกลงใจที่จะตามไปขอคืนดีคุณที่งานงานเลี้ยงแห่งหนึ่งพร้อมทั้งสหายของเขา เท็ดดี้(โลแกน ไม่ลเลอร์) ในขณะที่ทุกคนในงานกำลังมันสุดฤทธิ์กับบรรยากาศรอบๆ กลับเกิดเหตุราวแปลกขึ้น เมื่อมีองค์ประกอบของดาวตกลงมาในพื้นที่ใกล้เคียง ทันทีทันใดไฟในงานก็ดับวูบลง ทุกๆอย่างมืดมาก และก็ทุกคนอยู่ในความตื่นตระหนก!

เมื่อไฟติดแขกในงานกลับจำเป็นต้องช็อคมากกว่า เมื่อพวกเขาได้พบว่ามีบุคคลที่รูปพรรณสัณฐานราวกับตนเองปรากฏขึ้นอีกหนึ่งคน! ไม่มีซึ่งต้นเหตุ ไม่มีซึ่งคำชี้แจง เดวิดแล้วก็สหายมานะที่จะค้นหาคำตอบของเรื่องราวแปลกนี้ แต่ว่าโดยไม่คาดคิด ไฟกลับดับวูบลงอีกครั้ง..!

วิภาควิจารณ์ หนัง

Plus One (Dennis Iliadis / 2013) A-
 
ดีนะที่มีหนังฟอร์มเล็กๆแบบงี้มาฉายโรงบ้านพวกเราเรื่อยถึงมันจะไม่ใช่หนังแพงแม้กระนั้นความน่าดึงดูดใจมันมากเลยล่ะ  ชอบมีความแปลกประหลาดมาให้ได้เพลินใจเป็นประจำคนใดกันแน่ที่ถูกใจหนังแบบ Magic Magic หรือ Rosewood Lane คงจะบันเทิงใจกับหนังหัวข้อนี้ไม่น้อย
 
กลุ่มวัยรุ่นในงานงานเลี้ยงที่พบกับสถานะการณ์แปลกเมื่ออุกกาบาตตกลงมากับพลังงานลึกลับที่ไหลโยงไปตามสายไฟ  ทำให้ไฟดับแล้วเมื่อไฟติดขึ้นมาทุกคนในงานงานเลี้ยงจะมีอีกร่างดับเบิ้ลปรากฏขึ้นมีตัวตนเป็นผู้เดียวกันซึ่งนักแสดงตู่เอาว่าเกี่ยวข้องกับระยะเวลา  ทำให้ระลึกถึงเครื่องย้อนขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ใช้ใน Harry Potter and the Prisoner of Azkaban  แม้กระนั้นนี่ไม่ใช่แค่เฮอร์ไมโอนี่ผู้เดียวแม้กระนั้นเป็นเด็กหนุ่มสาวในงานงานเลี้ยงอีกทั้งกรุ๊ปที่ป๊ะกันกับร่างดับเบิ้ลของตนเอง!!
 
เมื่อทุกคนในงานงานเลี้ยงรู้เรื่องรู้ราวจริงว่ากำเนิดอะไรขึ้นก็สติแตกรักตัวกลัวตายกระทั่งมีการฆ่าฟันร่างดับเบิ้ลของตนเอง  คลั่งรวมทั้งรังแกตนเอง'อีกคน'เพื่อเอาชีวิตรอดจากความกลัว  ระหว่างที่ดารานำชายใช้โอกาสนี้สำหรับการปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดของตนเพื่อคืนดีกับนางเอก แล้วก็มีหญิงสาวอีกผู้ที่เลือกใกล้ทำความรู้จักร่างดับเบิ้ลของตนรวมทั้งเมื่อปัญหาแปลกหายวับไปก็พบว่าการเป็นมิตรกับร่างดับเบิ้ลนั้นไม่กำเนิดความเสื่อมโทรมอะไร
 
แม้กระนั้นพวกที่ฆ่ากันกลับไม่รู้เรื่องเลยว่าร่างกายที่เหลือรอดเป็นพวกเขาจริงๆหรือร่างดับเบิ้ลกันแน่และยังจำเป็นต้องแบกรับความจำนองเลือดอันทรามพวกนั้นไปกระทั่งวันตาย
 
ในความเป็นจริงแล้วหนังมันอ่อนตรรกะ ไม่มีคำชี้แจงกับการปรากฏที่เกิดมากยิ่งขึ้นๆนะ  แต่ว่ามันก็ไม่มีความสำคัญด้วยเหตุว่าใจความสำคัญมันอยู่ที่ความหวาดกลัวความโหดร้ายทารุณของคนเราที่แม้ว่าจะอ้างอิงเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ให้น่าไว้วางใจมากเพิ่มขึ้นก็ไม่เป็นผลอะไร
 
มันสนุกสนานร่วมอารมณ์ไปกับผู้แสดงได้ตรงที่เรื่องมันเฉียบพลันจนถึงเชิญสติแตกไปพร้อมอีกทั้งหนังทั้งคนมอง ถึงจะงวยงงๆกับตรรกะเส้นเวลาอยู่พอเหมาะแต่ว่ามันก็ชดเชยด้วยการจี้เงื่อนสัญชาตญาณดิบไม่มีอารยธรรมของคนเราให้สะเทือนความรู้สึกได้อย่างตกตะลึงพรึงพรืดมากมายทีเดียว